สถานที่ท่องเที่ยวในไทยยังมีอีกมากมายที่คุณไม่รู้ ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานที่ท่องเที่ยวกับเราที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ อีกมากมายที่คุณยังไม่ได้ไป

เว็บบล็อกแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวไทย

ยินดีต้อนรับสู่เว็บบล็อกสถานที่ท่องเที่ยว สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อใช้ในการร่วมแข่งขันการทำ SEO 2010 ชิงแชมป์แห่งประเทศไทย

สถานที่ท่องเที่ยวจากประสบการณ์จริง

เนื้อหาที่ปรากฎบนบล็อกแห่งนี้เป็นเนื้อหาที่เขียนและเรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์การไปท่องเที่ยวโดยตรง ถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวออกมาเป็นข้อความและภาพ

รักประเทศไทย ท่องเที่ยวไทย

การท่องเที่ยวไทยช่วยให้การหมุนเวียนของรายได้ในประเทศดีขึ้น ปลูกจิตสำนึกให้เรามีความรักในชาติ และเป็นการผ่อนคลาย ให้รางวัลกับการใช้ชีวิตที่เหน็ดเหนื่อย

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

นอกจากภาพสถานที่ท่องเที่ยวและเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาแล้วเรายังแนะนำข้อมูลการติดต่อที่พักพร้อมด้วยแผนที่การเดินทางให้คุณวางแผนไปท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น

ทะเล น้ำตก สวยงามมากมาย

ข้อมูลที่เรานำเสนอมีทั้งทุ่งหญ้า ทะเล น้ำตก ภูเขา หมอกและหน้าผาสูงชัน เป็นการบอกเล่าเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายที่คุณจะอิ่มเอมหัวใจที่ได้แวะมาเยือน

วังน้ำเขียว สถานที่ท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

สถานที่ท่องเีที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพอีกแห่งที่มีบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ต่างจากดินแดนในภาคเหนือ ก็คือวังน้ำเขียวเมืองแห่งการท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่คุณสามารถเดินทางไปสัมผัสได้ทั้ง 3 ฤดู และเป็น 3 สีสันที่แตกต่าง คุณสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ได้ตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่พร่างพรมความชุ่มฉ่ำไปทั่ว ขับรถใกล้ ๆ มาท่องเที่ยววังน้ำเขียว สีเขียวของผืนป่าปกคลุมไปทั่ว สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งโอโซนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สถานที่่ท่องเที่ยว วังน้ำเขียว
ด้วยลักษณะทั่วไปของวังน้ำเขียวที่เป็นภูขาสูงต่ำแบบลูกคลื่น สลับกับที่ราบกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 200 - 700 เมตร ทำให้อำเภอวังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แม้ในฤดูร้อนยังมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงแค่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้เมื่อถึงฤดูหนาวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เย็นสบายไม่หนาวจัดจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 9 องศาเซลเซียส ประกอบกับฤดูฝนที่ฝนนตกติดต่อกันมายาวนานถึง 5 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน - ตุลาคม ทำให้วังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี จึงเป็นที่มาที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ถูกเรียกขานว่า "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน"

ที่ตั้งของวังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดต่อกับหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งสองสถานที่ท่องเที่ยวนี้ก็นับได้ว่าเป็นผืนป่าดงพญาเย็นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน และยังถูกเสนอ UNESCO จัดตั้งเป็นมรดกโลกด้วย เพียงแค่วังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ท่านใดมาเที่ยววังน้ำเขียวแล้วก็แวะต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ได้

พื้นที่ของอำเภอวังน้ำเขียวได้ถูกสำรวจพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีก๊าซโอโซนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นมาเองมีหน้าที่ปกป้องหลังคาโลก ดูดซับรังสีที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และยังสามารถแตกตัวออกมาเป็นออกซิเจนอยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นล่างเพื่อให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ดำรงชีวิตอยู่ได้ การที่บางคนเปรียบเทียบว่าการมาสถานที่ท่องเที่ยววังน้ำเขียว เพื่อสูดโอโซน ก็หมายถึงการมาท่องเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์นั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและขึ้นชื่อในวังน้ำเขียวมีหลายแห่งด้วยกันเช่น การไปดูกระทิงที่เขาแผงม้า การไปสูดโอโซนในแหล่งที่ดีที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สถานที่ท่องเที่ยวดูกระทิงที่เขาแผงม้า

สถานที่่ท่องเที่ยว
การเดินทางไปชมกระทิงที่เขาแผงม้านั้นต้องใช้บริการของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกระบะจะสะดวกที่สุด ส่วนท่านที่ขับรถเก๋งส่วนตัวไปเที่ยว สามารถติดต่อชมรมนำเที่ยวที่ตำบลวังหมีให้พาชมก็จะชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ครบถ้วนทุกซอกทุกมุม และสะดวกกว่ามาก โดนอันดับแรกจะต้องเดินทางตะลุยเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเข้าไปยังหอดูกระทิง จากนั้นเป็นเส้นทางเท้าแบบวนรอบ ระยะทาง 1800 เมตร มีป้ายสื่อความหมายบอกทาวงจำนวน 9 จุด จากนั้นก็จะถึงจุดที่เป็น Hilight ของเส้นทางคือหอดูกระทิง ช่วงเวลาที่ดูกระทิงที่ดีที่สุดคือประมาณ 17.00 น. ถึงพลบค่ำ โอกาสที่จะพบเห็นกระทิงได้ดีที่สุดคือช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม
ติดต่อผู้นำอาสาสมัครพัฒนาชุมชนตำบลวังหมี 08-9838-6022


สถานนีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช

สถานที่่ท่องเที่ยว
นอกจากไปดูกระทิงที่เขาแผงม้าแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอำเภอวังน้ำเขียวที่อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันด้วยคือ สถานนีวิจัยสิ่งแวดล้อมกระแสราช ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอวังน้ำเขียว ภายในสถานีได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นเขตสงวนชีวมณฑล เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ รวบรวมพันธุ์ไม้และสัตว์ป่ามากถึง 380 ชนิด โโยสามารถเดินเท้าศึกษาได้หลายเส้นทาง ถ้าท่านแจ้งการเยี่ยมชมล่วงหน้าจะมีเจ้าหน้าที่เป็นไกด์พาเดินพร้อมบรรยายให้ความรู้เพิ่มเติมด้วย ส่วนใครจะจัดสัมมนาที่นี่ก็มีห้องประชุมพร้อมรับรองด้วย
โทรศัพท์ติดต่อ 0-4425-8624 หรือ 0-4424-2533

อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง
ลักษณะเด่นของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงคือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่โอบล้อมด้วยภูเขา จากมุมมองบริเวณริมอ่างเก็บน้ำฝั่งถนนลาดยางจะมองเห็นแนวสันเขาของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ทอดยาวผ่านไปเบื้องหลังอย่างสวยงาม ที่สำคัญคือเส้นทางลัดจากวังน้ำเขียวมายังอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่จะผ่านเส้นทางเลียบริมอ่างเก็บน้ำนี้ ขับชมวิวก็สะดวก หรือจะจอดดูนกน้ำ ตกปลาก็ยังได้ นอกจากนี้ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็ยังบริการร้านอาหารและที่ัพักแบบเข้าพักได้หลายวันหลายคืนอีกด้วย


สถานที่ท่องเที่ยวต่อเนื่องจากวังน้ำเขียว
ขากลับถ้าขับรถออกจากวังน้ำเขียวเข้ากรุงเทพตามทางหลวงหมายเลข 304 ห่างจากวังน้ำเขียว 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับอุทธยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นอุทธยานที่มีเสน่ห์ตรงที่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีต้นลานอยู่เป็นจำนวนมาก และจัดเป็นป่าลานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย และเป็นป่าลานผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ หากคุณมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นอกจากจะได้เดินทางศึกษาธรรมชาติและต้นลานขนาดต่าง ๆ แล้ว ยังมีเส้นทางเดินไปเที่ยวน้ำตกห้วยน้ำใหญ่ น้ำตกม่านฟ้า น้ำตกห้วยขมิ้น ส่วนใครอยากเที่ยวชมวิวพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ต้องไม่พลาดไปที่จุดชมวิวผาเก็บตะวัน ซึ่งเดินทางจากตำบลไทยสามัคคี ที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมปลูกป่าโดยให้คุณได้ยิงเมล็ดพันธ์ด้วยหนังสติ้ก หือหวดด้วยไม้กอล์ฟ ได้ปลูกป่าและได้ออกกำลังกายอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว ตามรอยปราสาทขอม

สถานที่ท่องเที่ยว ที่จะแนะนำวันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเมืองโคราชคือ ปราสาทหินพิมาย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ร่องรอยอารยธรรมของขอมโบราณที่ยังคงความงดงามและสะท้อนความรุ่งเรืองในอดีตให้อนุชนรุ่นต่อๆ มาได้เรียนรู้ ศึกษาพร้อมกับชื่นชมความงดงามและยิ่งใหญ่

สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพิมาย
อำเภอพิมาย อันเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย สถานที่ท่องเที่ยวที่ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยวปราสาทขอมของเมืองโคราช ที่สำคัญปราสาทหินพิมายแห่งนี้ยังเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสวยที่สุดอีกด้วย จากอำเภอพิมาย ในโคราชยังมีปราสาทหินแหล่งอารยธรรมขอมอีกหลายแห่งให้เที่ยวชม สนุกกับการเที่ยวชมโบราณสถานและความรุ่งเรืองของขอมโบราณกันอย่างจุใจเลยทีเดียว

ประวัติโดยย่อของสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทหินพิมาย
ปีที่สร้าง: พุทธศตวรรษที่ 16-17 (พ.ศ. 1724-1763)
ลัทธิศาสนา: พุทธศาสนสถาน นิกายมหายาน
ศิลปะแบบ: ปาปวนผสมผสานศิลปะแบบนครวัด
กษัตริย์: พระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่มีงานสร้างปราสาทหินมากที่สุด หลังจากกอบกู้อาณาจักรขอมจากพวกจามแล้ว พระองค์ก็ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ในปี พ.ศ. 1724 พร้อมกับบูรณะราชธานีขึ้นมาใหม่ คือ "เมืองพระนครหลวง" หรือ "นครธม" และย้ายศูนย์กลางของราชธานีจากปราสาทปาปวนมายังปราสาทบายนที่สร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นศาสนสถานในลัทธิมหายานแทน

นอกเหนือจากการสงครามแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น สร้างปราสาทตาพรม ถวายพระมารดา สร้างปราสาทพระขรรค์ ถวายพระบิดา ปราสาทตาสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์ อยู่ที่เมืองเสียมราฐ กัมพูชา ส่วนในเขตประเทศไทยยังมีปราสาทหินพิมายและปราสาทเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายานด้วย

นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดให้สร้าง "บ้านมีไฟ" หรือที่พักคนเดีนทาง ซึ่งก่อด้วยศิลา และจุดไฟไว้ตลอด หรือที่เรียกกันว่า "ธรรมศาลา" จากจารึกที่ปราสาทพระขรรค์กล่วาถึงที่พักคนเดินทางมีมากถึง 121 แห่ง อยู่ตามทางเดินทั่วราชอาณาจักร และตามทางเดินไปเมืองต่างๆ ในจำนวนนั้น มี 17 แห่งอยู่ระหว่างการเดินจากเมืองพระนครไปยังเมืองพิมาย แต่ละแห่งห่างกันประมาณ 12-15 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีการสร้างโรงพยาบาล หรือ "อโรคยาศาลา" จำนวน 102 แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตประเทสไทยด้วย

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสิ้นพระชนม์ราวปี พ.ศ. 1758 หรือ พ.ศ. 1762 เชื่อกันว่าทรงมีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ได้ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า "มหาบรมสุคตะ" หมายควาสมว่า พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

มีอะไรน่าสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทหินพิมาย

ในสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทขอมทั่วไปนั้น จุดเด่นจะคล้ายๆ คน เช่น ความงดงามของภาพจำหลัก ภาพสลัก ลักษณะของปราสาทหิน และถ้าจะให้ดีต้องรู้จักศิลปะในยุคต่างๆ รวมทั้งความเชื่อของการสร้างปราสาทด้วย

สะพานนาคราช
สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพิมาย สะพานนาคราช
เมื่อคุณเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวชมปราสาทหินพิมายจะผ่านส่วนนี้เป็นที่แรก จะพบสะพานนาคราชและประติมากรรมรูปสิงห์ ตั้งอยู่ด้านหน้าของซุ้มประตูด้านทิศใต้ของปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นด้านหน้าของปราสาท มีลักษณะเป็นรูปกากบาทยกพื้นขึ้นสูงจากพื้นดินประมาณ 2.50 เมตร ราวสะพานโดยรอบทำเป็นลำตัวพญานาค ชูคอแผ่พังพานเป็นนาคเจ็ดเศียร มีลำตัวติดกันเป็นแผ่น หันหน้าออกไปยังเชิงบันไดทั้งสี่ทิศ สะพานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาล เชื่อว่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ คตินี้ถือสืบกันมาในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนานิกายมหายาน

สถานที่ท่องเที่ยว ไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

วันนี้ขอแนะนำศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจใกล้ ๆ บ้าน สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพมหานคร และสำหรับท่านที่อยู่ต่างจังหวัดเข้ามาท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ ก็แนะนำให้มาไหว้สักการะศาลหลักเมืองแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยว
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  ดังนั้นถ้าจะเดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็มาที่ท้องสนามหลวงก่อนก็ได้จากนั้นก็เดินเท้าต่อ คุณอาจจะเห็นพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งถ้าไหว้ศาลหลักเมืองแล้วก็อาจจะเข้าไปเที่ยวชมต่อได้ด้วย

เข้ามาด้านในศาลหลักเมืองก็จะเห็นบรรยากาศผู้คนเข้ามาสักการะบูชาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แนะนำให้ซื้อดอกไม้ธูปเทียนที่ด้านในศาลหลักเมืองจะดีกว่าดอกไม้ธูปเทียนด้านนอก เพราะเป็นการทำบุญในตัวด้วย

ด้านในจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำรวมถึงเล่าประวัติต่าง ๆ ของศาลหลักเมืองแห่งนี้ด้วย ถ้าคุณต้องการข้อมูล หรือมีข้อสงสัยใด ๆ ก็สามารถสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้เลย

สถานที่ท่องเที่ยว
เมื่อเข้ามาแล้วก็นั่งพักผ่อนหย่อนใจสักหน่อย เพราะด้านในมีสวนหย่อมเล็ก ให้นั่งพักมีต้นไม้ร่มรื่นจัดไว้อย่างสวยงาม พอหายเหนื่อแล้วก็ติดต่อทำบุญโดยการบริจาคเงินซื้อดอกไม้ธูปเทียน และกล่าวคำสักการะศาลหลักเมือง และถ้าท่านใดต้องการถามถึงโชคลาภ วาสนา ด้านในก็มีเซียมซีให้ได้ทำนายดวงชะตาและหาวิธีแก้ไขล่วงหน้าด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพ
จากนั้นเข้าไปด้านในอาคารศาลหลักเมือง จะเห็นเสาหลักเมืองทั้งสองต้น สอบถามประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาลหลักเมืองจากเจ้าหน้าที่ด้านใน ข้อมูลที่แท้จริงของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอย่างไรจะเหมือนในละครทีวี หรือเป็นเหมือนที่เล่าต่อ ๆ กันมาหรือไม่ ผมขอเก็บไว้ไม่เล่าต่อ ซึ่งถ้าคุณอยากรู้ต้องแวะไปเองครับ

เมื่อออกมาจากอาคารศาลหลักเมืองแล้วก็อย่าเพิ่งไปไหน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังมีซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง ๕ คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง

สถานที่ท่องเที่ยว
สำหรับใครที่ต้องการตั้งหลักหรือต้องการตั้งสติเริ่มต้นใช้ชีวิตก็แนะนำให้ไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้และกราบไหว้สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นหลักชัยให้ชีวิตครับ

สถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิ

อำเภอทองผาภูมิ เป็นเพียงอำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว วันนี้ผมจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 11 แห่งในทองผาภูมิให้รู้จักและถ้าสนใจก็เชิญชวนไปอุดหนุนการท่องเที่ยวไทยกันครับ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิมีดังนี้

สถานที่ท่องเที่ยว
พุน้ำร้อนหินดาด เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ การเดินทาง สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 105-106 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 130 กิโลเมตร

น้ำตกผาตาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เกิดจากลำห้วยเล็กๆ บริเวณเทือกเขากะลา มีความสวยงามของชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง 3 ชั้น มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 140 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงกิโลเมตรที่ 105-106 ทางเดียวกับภุน้ำร้อนหินดาด เลยเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร

น้ำตกผาสวรรค์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 7 ชั้น ชั้นสูงสุดประมาณ 80 เมตร ตัวน้ำตกอยู่ในป่าลึกต้องเดินทางเข้าไปประมาณ 40 นาที การเดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ น้ำตกอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 155 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ 110 ผ่านบ้านสหกรณ์นิคมเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าทางแยกดินลูกรังอีก 13 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางเชื่อมต่อจากน้ำตกผาตาดแล้วเดินเท้าต่ออีก 40 นาที หรือจะใช้เส้นทางจากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ผ่านเหมืองเนินสวรรค์ หมู่บ้านสะพานลาว ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ถึงทางแยกบริเวณโครงการปลูกป่าเลี้ยวซ้ายอีก 13 กิโลเมตร ถึงที่จอดรถ เดินเท้าต่ออีก 40 นาทีก็จะถึง ถ้าเดินทางในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ

สถานที่ท่องเที่ยว
เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมชื่อเขื่อนเขาแหลมตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 3459 9077 ต่อ 2502, 2509, 0 3459 8030 หรือที่กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2436 6046-8 สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เหนืออำเภอทองผาภูมิประมาณ 6 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ อยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 กิโลเมตร ตามทางหลวง 3272 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี 2 แห่ง คือ ดอยต่องปะแล ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล ส่วนเนินกูดดอย สามารถนำรถขึ้นไปจอดได้ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสอบเขื่อนเขาแหลมและเขาช้างเผือก ภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ มีบริการบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทรศัพท์ 0 1382 0359 หรืออุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตู้ ปณ. 18 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 21110

เหมืองปิล็อก ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อก ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3272 ในอดีตเคยมีการทำเหมืองแร่ดีบุกและวุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม "ปิล็อกฮิลล์" สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิ ประมาณ 32 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ลำคลองงูเป็นชื่อของลำห้วย ซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่านกลางผืนป่า กัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ภายในอุทยานฯ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่น

ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหว่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร ถือว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยพบมา ช่วงเวลาที่สามารถเข้าชมถ้ำเสาหินได้คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนเท่านั้น เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะสูงมาก ไม่เหมาะแก่การเข้าชม

สถานที่ท่องเที่ยว
ถ้ำนกนางแอ่น อยู่บริเวณตอนกลางของห้วยลำคลองงู เป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก ลักษณะเป็นถ้ำทะลุ มีลำห้วยคลองงูไหลผ่าน เช่นเดียวกับถ้ำเสาหินมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร

ถ้ำน้ำตก เป็นถ้ำน้ำลอดเช่นเดียวกับถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น แต่มีความพิเศษกว่า คือธารน้ำใต้ดินภายในถ้ำและไหลลดหลั่นกันลงมา ก่อให้เกิดน้ำตกสูงถึง 17 ชั้น ชั้นที่สูงสุดถึง 20 เมตร ถ้ำมีความยาวประมาณ 2,710 เมตร

ถ้ำใหญ่ เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ ปากทางเข้ากว้างประมาณ 50 เมตร ภายในถ้ำสามารถจุดคนได้หลายพันคน เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากถ้ำน้ำตกประมาณ 1 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตู้ ปณ.4 ปทจ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180

เที่ยว 2 วัน 1 คืนใน สถานที่ท่องเที่ยว บนอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตอนที่2

ในตอนที่แล้วผมเล่าถึง สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวซึ่งเป็นการเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราแวะพักผ่อนหย่อนใจและท่องเที่ยวผจญภัยอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวทราย น้ำตกทรายทอง จุดชมวิวทิวทัศน์ภูค้อ และถ้ำผาหงษ์เป็นต้น

หลังจากตื่นนอนเช้าวันนี้หากคุณอยากชมรถไปที่จุดชมวิวภูค้อ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 4 กิโลเมตร แล้วจึงกลับมากินมื้อเช้าที่อุทยานฯ ได้

สายๆ ไปท่องเที่ยวต่อที่สวนสนดงแปก ซึ่งเส้นทางไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเท้าระยะทาง 5 กิโลเมตร คุณควรเตรียมข้าวกล่องและน้ำดื่มไปด้วยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไปกินข้าวกลางป่าปิกนิกท่ามกลางธรรมชาติ จุดเริ่มต้นเดินเท้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 49 เป็นเส้นทางสบายๆ เดินไม่ยากเพื่อที่จะเข้าไปชมป่าสนสองใบที่ขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งแทบจะไม่มีต้นไม้อื่นขึ้นแซมอยู่เลย คล้ายกับสวนสนภูกุ่มข้าว เพียงแต่ต้นสนที่นี่จะเป็นคนละชนิดกัน นอกจากนี้ในเส้นทางเดินเท้ายังผ่านผืนป่าที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ระหว่างทางยังอาจพบเห็นสัตว์ป่าและนกอีกหลายชนิด จึงเหมาะเป็นเส้นทางดูนกได้อีกด้วย ช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่กล้วยไม้ป่าหลายชนิดออกดอกให้ชมอย่างสวยงามด้วย

สนสองใบมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pinus merkusii Jungh.&de Vriese จัดอยู่ในวงศ์ PINACEAE และยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกเช่น เกี๊ยเปลือกดำ (ภาคเหนือ) เกี๊ยเปลือกหนา (เชียงใหม่) จ๋วง (ภาคเหนือและภาคตะวันออก-เฉียงเหนือ) เชียงเซา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) โช (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) ไต้ (อุบลราชธานี และ-ศรีสะเกษ) แปก (ฉาน-แม่ฮ่องสอนและเลย) สนเขา สนหางม้า (ภาคกลาง) สะรอล (เขมร-สุรินทร์)

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตก เพชรบูรณ์
สนสองใบเป็นไม้ต้น มีความสูงเฉลี่ย 30-40 เมตร ลำต้นตรง ต้นที่มีอายุน้อยจะมีเรือนยอดรูปเจดีย์ แล้วแผ่กว้างเป็นพุ่มกลมเมื่ออายุมากขึ้น มีเปลือกหนาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำแตกเป็นร่องลึกตามยาว ลักษณะใบเป็นรูปเข็มยาว 15-25 เซนติเมตร ออกตามปลายกิ่ง ติดเป็นกลุ่มๆ ละ 2 ใบ ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม โดยจะออกดอกเป็นช่อแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่งทั่วเรือนยอด ช่อตัวเมียมีสีม่วง ออกครั้งละ 1-3 ช่อ ตามปลายกิ่งใหญ่ที่อยู่ในระดับสูงๆ และมีขนาดใหญ่กว่าดอกตัวผู้ ลักษณะของผลจะออกรวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า cone รูปทรงกระบอก กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ถิ่นกำเนิดของสนสองใบอยู่ในเอเชีย ชอบขึ้นอยู่บนภูเขา ที่มีความสูงจากระดับทะเลตั้งแต่ 50-1,300 เมตร

ส่วนสนสามใบ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pinus kesiy Royie ex Gordon จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับสนสองใบ และมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นว่า เกี๊ยเปลือกแดง, เกี๊ยเปลือกบาง, จ๋วง, เซี๊ยงบั้ง, แปก และสนเขา เป็นไม้ต้นความสูงเฉลี่ยประมาณ 10-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกมีสีน้ำตาลอมชมพูอ่อน ล่อนออกเป็นสะเกดรูปตาข่ายและมักมียางสีเหลืองซึมออกมาตามรอยแยก ลักษณะใบรูปเข็มจะออกเวียนสลับถี่ตามปลายกิ่งติดเป็นกลุ่มๆ ละ 3 ใบ ออกดอกบนต้นเดียวกัน แต่ช่อดอกตัวผู้จะมีสีเหลืองแบบหางกระรอก มีผลเป็นกลุ่มเรียกว่า cone รูปไข่ สีน้ำตาล สนสามใบนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากพม่า และชอบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มบนเนินเขาที่ความสูงตั้งแต่ 1,000-1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

หลังจากชื่นชมควาสมงามของสนสองใบในสวนสนดงแปกแล้ว เดินเท้ากลับออกมาช่วงบ่ายนิดๆ ค่อยขับรถไปท่องเที่ยวเขาค้อกันต่อ หรือจะไปที่สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในจังหวัดพิษณุโลกก็ได้ ส่วนใครที่นอนค้างแรมที่น้ำหนาวอีกคืน ช่วงบ่ายกลับไปพักผ่อนที่อุทยานฯ ในวันรุ่งขึ้นจึงเดินทางไปเที่ยวชมน้ำตกเหวตาดหมอก น้ำตกตาดใหญ่ และน้ำตกตาดพรานบากันต่อ

ใกล้ ๆ กันนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีก 3 แห่งคือน้ำตกเหวตาดหมอก น้ำตกตาดใหญ่ และน้ำตกตาดพรานบา ทั้ง 3 น้ำตกนี้อยู่ในเส้นทางเดียวกับทางไปอำเภอน้ำหนาว หากคุณอยู่ที่ที่ทำการอุทยานฯ ให้ขับรถกลับไปทางจังหวัดขอนแก่น จากนั้นจะพบสามแยกเลี้ยวซ้ายไปอำเภอน้ำหนาว เลี้ยวซ้ายตามทางลาดยางไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะถึงบ้านโคกมน เลี้ยวขวาเข้าไปทางวัดโคกมนประมาณ 300 เมตร จอดรถที่ลานวัดแล้วเดินเข้าไปชมวิวน้ำตกเหวตาดหมอกชั้นบนได้ น้ำตกเหวตาดหมอกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามไม่แพ้น้ำตกเหวทราย สายน้ำไหลจากลำธารที่ดูธรรมดาไปตกลงหน้าผากว้างและสูงชัน มีจุดชมวิวน้ำตกที่ห่างออกไปอีก 500 เมตร แต่เส้นทางยังไม่เปิดเที่ยวเป็นทางการ จึงต้องให้ชาวบ้านพาเข้าไปชม

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
ขับเลยจากน้ำตกเหวตาดหมอกไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือตามป้ายบอกทางไปชมน้ำตกตาดใหญ่ จากทางแยกเป็นทางลูกรังที่เหมาะสำหรับรถปิ๊กอัพหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วลงเดินอีกเพียงนิดเดียว ก็ได้ชมวิวน้ำตกตาดใหญ่แล้ว นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกน่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอำเภอน้ำหนาว เป็นทางลูกรังเข้าไป 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินเท้าไปเพียง 150 เมตร จะถึงน้ำตกตาดพรานบา ซึ่งสายน้ำจะไหลผ่านลำธารหินลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม

ทั้ง 3 น้ำตกนี้ เหมาะมาเที่ยวชมเฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุด เพราะช่วงอื่นๆ น้ำน้อยวิวน้ำตกไม่สวย


ถ้าคุณยังมีเวลาเหลือ จะไปเที่ยวต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวถ้ำใหญ่น้ำหนาวตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.6 (ถ้ำใหญ่น้ำหนาว) ถ้าขนาดใหญ่ความลึก 4.5 กิโลเมตร ที่มีความงดงามวิจิตรพิศดารของหินงอกหินย้อย และมีน้ำไหลรินออกมาจากปากถ้ำ จึงเรียกอีกชื่อว่า ภูน้ำริน ภายในถ้ำเป็นถิ่นอาศัยของค้างคาวหายากหลายชนิด เช่น ค้างคาวมงกุฏมาร์แชล ค้างคาวหูหนูยักษ์ ค้างคาวท้องน้ำตาลใหญ่ เป็นต้น

จบการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวแบบครบทุกรส ขากลับเลือกกลับผ่านทางจังหวัดขอนแก่น หรือผ่านทางจังหวัดชัยภูมิก็ได้ครับ

2 วัน 1 คืนในสถานที่ท่องเที่ยวที่หนาวตั้งแต่ยอดดอยสูงจนถึงในน้ำ

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเพชรบูรณ์มาหลายแห่งแล้ว แต่แนะนำยังไงก็ไม่หมดเสียที เพราะจังหวัดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเหลือเกิน

ทางหลวงหมายเลข 12 นับว่าเป็นเส้นทางเชื่อมภาคอีสานและภาคเหนือเข้าด้วยกัน และจะมีสักกี่ถนนที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เช่นทางหลวงทางหลวงสายนี้ จากขอนแก่น ผ่านชุมแพ ไปหล่มสัก เข้าสู่จังหวัดพิษณุโลกมีอุทยานยานที่น่าท่องเที่ยวอยู่แห่งหนึ่ง เป็นการท่องเที่ยวในหน้าหนาวที่มีคนนิยมมาท่องเที่ยว เพราะมาที่นี่ไม่ได้หนาวเพียงแค่บนดอยสูงแต่ว่ากันว่าในฤดูหนาวนั้นอุทยานแห่งนี้จะหนาวตั้งแต่ยอดดอยสูงจนถึงในน้ำทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็คืออุทยานแห่งชาติน้ำหนาวนั่นเอง

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีพื้นที่ทั้งหมด 603,750 ไร่ หรือประมาณ 966 ตารางกิโลเมตร ได้รับการจัดตั้งแห่งชาติลำดับที่ 5 ของประเทศไทย ภูมิประเทศของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นแนวเทือกเขาที่กั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ พื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขานี้ยังเป็นอุทธยานแห่งชาติตาดหมอก และเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขาเขียว ในจังหวัดชัยภูมิด้วย โดยยอดเขาสูงสุดของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวคือยอดภูผาจิต หรือเรียกว่าภูด่านอีป้อง มีความสูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีคงามหลากหลายของป่าไม้ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และที่พิเศษคือป่าสนเขา ซึ่งมีทั้งสนสองใบ และสนสามใบ เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนจะมีการผลัดใบของป่าทำให้เกิดเป็นปรากฎการณ์ป่าเปลี่ยนสีที่งดงามมาก ความพิเศษที่สุด อีกอย่างหนึ่งของอุทธยานแห่งนี้ และทางหลวงหมายเลข 12 นี้เองที่ตัดผ่านป่าเขาแห่งนี้ทำให้การเดินทางสะดวกสะบายและได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพรอย่างเพลิดเพลินขณะเดินทาง

ถ้าคุณเดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่นสามารถแวะท่องเที่ยวชมน้ำตกเหวทรายก่อน ซึ่งจะอยู่บริเวณทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณกิโลเมตรที่ 67 จอดรถไว้แล้วเดินทางเข้าไปเป็นระยะทางเพียง 1 กิโลเมตร น้ำตกเหวทรายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 20 เมตร ต้นน้ำเิกิดจากลำห้วยสนามทราย เป็นลำธารธรรมชาติที่แบ่งเขตระหว่างอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสารจังหวัดชัยภูมิ ใต้น้ำตกมีแหล่งลงเล่นน้ำได้ และชะง่อนหินเป็นเพลิงเดินเข้าไปหลบฝนได้ แต่หากคุณมาชมวิิวในน้ำตกช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมากซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุด

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกทรายทอง
ถัดจากน้ำตกเหวทรายไปเพียง 500 เมตร มีน้ำตกอีกแห่งที่น่าไปท่องเที่ยวเช่นกันคือ น้ำตกทรายทอง ชั้นน้ำตกสูงเพียง 4 เมตร แต่เป็นน้ำตกที่กว้างมากประมาณ 30 เมตร รอบ ๆ มีบรรยากาศร่มรื่น ช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลผ่านหน้าผานี้เป็นม่านน้ำตกที่สวยงามมาก เมื่อเที่ยวน้ำตกเสร็จแล้วก็เดินทางต่อพักทานมื้อเที่ยง

ตอนบ่ายอยากชวนคุณไปขับรถท่องเที่ยวที่สวนสนภูกุ่มข้าว ซึ่งก็ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 เช่นกัน อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 53 แต่จะต้องเข้าทางแยกไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 15 กิโลเมตร ชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวภูกุ่มข้าว ถูกเรียกตามเนินเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่งที่ชื่อว่า ภูกุ่มข้าว มีความสูงประมาณ 880 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีอาณาบริเวณกว่า 10 ตารางกิโลเมตร บนเขาลูกนี้เป็นป่าสนเกือบทั้งหมด แทบจะไม่มีต้นไม้อื่น ๆ เลย มีเพียงต้นหญ้าคา หญ้าเพ็กวึ่งเป็นพืชพื้นล่างปกคลุม ป่าสนที่ภูกุ่มข้าวนี้เป็นสนสามใบ และมีลำต้นสูงใหญ่ ตั้งแต่ 30-40 เมตร เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนยอดภูกุ่มข้าวจะมองเห็นทิวทัศน์เรือนยอดต้นสนเป็นทิวยาวติด ๆ กันเป็นพืดทั้ง 4 ทิศ ในวันที่อากาศแจ่มใสจะมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ ในจังหวัดชัยูภูมิซึ่งอยู่ทางทิศใต้อย่างชัดเจน
สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ

เริ่มบ่ายแก่ ๆ ออกเดินทางต่อขับรถไปแวะที่ภูค้อซึ่งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามมองเห็นผืนป่าดงสนภูกุ่มข้าว และยอดภูผาจิตได้อย่างงดงาม ในภูค้อจะมีเส้นทางประมาณ 4 กิโลเมตรสำหรับนักท่องเที่ยวได้เดินศึกษาธรรมชาติจากภูค้อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว นอกจากนี้ในตอนเช้าจุดนี้ยังนิยมใช้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตขึ้นอีกด้วย

ก่อนเข้าหาที่พักปิดท้ายวันแรกด้วยการชมวิพระอาทิตย์ตกที่จุดชมทิวทัศน์ถ้ำผาหงษ์ อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 39 จอดริมทางแล้วเดินเท้าเข้าไปสถานที่นี้อีกเพียง 300 เมตร จะถึงถ้าผาหงษ์ แม้ว่าเป็นถ้าขนาดเล็กที่ภายในเป็นซอกหลืบแคบ ๆ แต่มีหินงอกและหินย้อยที่สวยงาม และยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฏมาร์แชล ซึ่งหาชมได้ค่อนข้างยากและใกล้สูญพันธุ์ เที่ยวเดินถ้าเสร็จก็เดินต่อไปอีก 200 เมตร เป็นจุดชมวิวผาหงษ์ ลักษณะเป็นภาสูงมีชะง่อนหินค่อนข้างคม รอบ ๆ เป็นป่าไผ่ร่มรื่น จุดชมวิวนี้ทำให้เรามองเห็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามมากทีเดียว

ค่ำแล้วติดต่อที่พักที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้จัดเตรียมที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวให้บริการหลายหลัง แบ่งเป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โซนที่ทำการอุทธยาน นอกจากนี้ยังมีค่ายเยาวชนอีก 2 หลังแยกชาย-หญิง พร้อมห้องน้ำแยก รวมถึงลานกลางเต็นท์ให้เลือกนอนแรมอีก 3 จุด คนที่ไม่ได้เตรียมเต็นท์มาด้วยก็สามารถติดต่อเช่าเต็นท์ได้ที่อุทธยานได้ แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวก็ควรจะจองห้องพักหรือเตรียมเต็นท์มาด้วยตนเองก็จะสะดวกที่สุดครับ

คืนนี้ขอนอนก่อนพรุ่งนี้ไปท่องเที่ยวกันต่อที่ไหนดีอย่าลืมติดตามอ่านตอนต่อไปครับ

ติดต่อสถานที่ท่องเที่ยวอุทธยานแห่งชาติน้ำหนาว โทรศัพท์ 0-5681-0724 หรือ 08-1962-6236

ม่อนปุยหมอก สถานที่ท่องเที่ยวที่เปรียบเหมือนทะเลหมอก

ม่อนปุยหมอก สถานที่ท่องเที่ยวที่ฟังชื่อแล้วดูเก๋ไก๋น่ารักๆ อยู่ที่ไหน และมีความเป็นมาอย่างไรนั้นต้องติดตามอ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำในบทความนี้ให้จบครับ

ม่อนปุยหมอกตั้งอยู่ในจังหวัดตาก ดินแดนตะวันตกที่มีแนวขอบประเทศติดกับพม่า "ม่อนปุยหมอก" ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย ถ้าบอกว่าแต่เดิมคือ ม่อนกระทิงที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเมื่อสัก 20 ปีที่ผ่านมา

ม่อนปุยหมอก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่เมย เป็นเส้นทางที่ต้องเดินป่าขึ้นไปบนยอดเขาสูง ซึ่งอยู่ทางด้านที่ทำการอุทยานฯ เดินขึ้นไปยังยอดเขาอีก 3-4 กม. ใช้เวลาเดินป่าไปประมาณ 4-5 ชม. และต้องพักค้างแรมบนยอดเขา ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เราจึงต้องเตรียมเต็นท์ ถุงนอน เครื่องกันหนาว และเสบียงอาหารไปให้เพียงพอ

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนปุยหมอก

ปกติแล้วในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเมยชายแดนประเทศไทยแห่งนี้จะเป็นแหล่งความชุ่มชื้นที่เกิดจากผืนป่าและลำน้ำที่สมบูรณ์ เราจึงสามารถพบเห็นทะเลหมอกที่อุทยานฯ แม่เมยได้ทุกฤดูกาล ยกเว้นช่วงสภาพปิดหรือเปลี่ยนแปลง หากว่าเป็นช่วงหน้าหนาว แหล่งทะเลหมอกที่แม่เมยแห่งนี้จะไม่สร้างความผิดหวังแม้แต่น้อย

จุดเด่นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เมย มีม่อนกิ่วลม เป็นจุดเดียวที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าได้ ส่วนม่อนพูนสุดา ม่อนครูบาใส เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกได้เช่นกัน ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากเป็นมุมด้านตะวันตก อีกทั้งมิติของทิวทัศน์ยังแบนราบสู้มุมที่ม่อนกิ่งลมไม่ได้ เนื่องด้วยมีเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นมุมมองที่สวยกว่าหลายเท่า

จากแยกบ้านแม่สลิด ขึ้นไปตามเส้นทางสูงชันและคดเคี้ยว สิบกิโลเมตรแรกก็มาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมยจัดการเรื่องความพร้อมสำหรับเดินป่าขึ้นไปยังม่อนปุยหมอก มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำทาง พร้อมลูกหาบแบกสัมภาระส่วนหนึ่ง โดยมีเส้นทางเดินตัดขึ้นเขาตามเส้นทางลำลองที่อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ เลียบเลาะสายน้ำใสๆ ผ่านแนวป่าทึบ การเดินทางของเราเป็นไปอย่างช้าๆ เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการถ่ายภาพในช่วงระหว่างทางที่ผ่าน บางช่วงต้องปีนป่ายเนินผาหินชัน จนกระทั่งมาพบกับน้ำตกผาเทวะ เป็นน้ำตกขนาดปานกลางที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ มีขนาดความสูงและความสวยงามอยู่พอประมาณ เป็นสายน้ำตกที่ไหลลงไปหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นและเติมเต็มบรรยากาศในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ให้สวยงามราวกับสวนหย่อม เมื่อเดินขึ้นถึงสันเขาก็ยังมีมุมมองที่เห็นสายน้ำตกผาเทวะไหลจากผาสูงซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ

สถานที่ท่องเที่ยว ม่อนปุยหมอก
ผ่านเนินเขาลูกรแกจนกระทั่งมาถึงบริเวณทุ่งหญ้าสีทองสวยงามเป็นพิเศษ เพราะเป็นหญ้าเส้นผมยาว แตกต่างจากทุ่งหญ้าแห่งอื่นๆ ที่เคยเห็นมา แนวทุ่งหญ้าพริ้วตัวตามจังหวะกระแสลมที่พัดผ่าน เป็นความงดงามที่มหัศจรรย์ที่ได้พบในเส้นทางสู่ยอดดอยม่อนปุยหมอก

เมื่ออยู่บนสันเขาสูงเส้นทางเดินป่าค่อนข้างสบายๆ มีแนวสันเขาเชื่อมตื่อไปยังยอดต่างๆ จนกระทั่งมาถึงสันเขาที่เป็นยอดสูงสุดของม่อนปุยหมอก มีทำเลกางเต็นท์พอใช้ได้ มีจุดชมวิวอยู่ไม่ไกลตั้งอยู่บนแนวสันเขาด้านล่าง สามารถมองเห็นร่องหุบแม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนไทย-พม่า ได้ตลอดแนว พร้อมกับเทือกเขาสลับซับซ้อนที่อยู่แดนพม่า

ค่ำคืนฟ้าโปร่งใส ดวงดาวเจิดจรัสเต็มท้องฟ้า ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เราก็ต้องรีบเข้าเต็นท์เพื่อเตรียมตัวตื่นเช้า เพื่อชมทะเลหมอกและความงามก่อนฟ้าสาง ซึ่งเราต้องตั้งเวลาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่สำคัญๆ

ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ เราต้องรีบตื่นขึ้นมาก่อนที่พระอาทิตย์จะขับแสงจากขอบฟ้า ช่วงเวลาสำคัญที่เราได้แสงสีอันสวยงามจับขอบฟ้า ขณะเดียวกันที่ผืนทะเลหมอกสีขาวกำลังก่อตัวอยู่ก้นหุบเขา อันหมายถึงแหล่งขุนน้ำ ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผืนดินและก่อตัวเป็นผืนทะเลหมอกขึ้นมา

พลังแสงสีที่จับผืนฟ้าได้แปรเปลี่ยนจากน้ำเงินเข้ม พร้อมขับแสงสีเหลืองทองจากเส้นขอบฟ้าในตำแหน่งพระอาทิตย์ขึ้น แนวทะเลหมอกสีขาวที่จับตัวนิ่งทอดยาวตามร่องหุบลำน้ำเมยมีฉากหลังที่เป็นปราการขุนเขาน้อยใหญ่เรียงรายเติมแต่งให้ภาพที่เห็นอยู่ข้างหน้าทีความงดงามยิ่งขึ้น

มุมภาพทะเลหมอกที่มีความกว้างประมาณ 180 องศา มองไปทางไหนก็สวยไปหมด จังหวะแสงสี องค์ประกอบกลุ่มทะเลหมอกและแนวเทือกเขา จะเป็นมุมมองที่เราเลือกบันทึกภาพไว้อย่างต่อเนื่อง พระอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้าเยื้องออกไปทางด้านซ้ายลึกไปทางตอนบนของหุบน้ำเมย

สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ ม่อนปุยหมอก
บทบันทึกความงดงามธรรมชาติของผืนทะเลหมอกในโมงยามเช้าในดินแดนดอยในอุทยานแห่งชาติแม่เมย กระแสความนิยมก็กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่เลือนหายไปเป็นสิบปี วันนี้ไม่เพียงแค่ม่อนพูนสุดา ม่อนครูบาใส หรือม่อนกิ่งลม ยังมีม่อนปุยหมอกเป็นกระแสที่มาแรงในรอบปีที่ป่านมา วันข้างหน้าม่อนปุยหมอกก็คงเป็นมนต์เสน่ห์สำหรับเรียกคนให้กลับมาเยือนดินแดนที่มีตำนานแห่งนี้อีกครั้ง



การเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวม่อนปุยหมอก
จากแม่สอดแล้วเดินทางต่อไปยัง อ.ท่าสองยาง โดยใช้เส้นทางหลวงสายแม่สอด-แม่สะเรียง จนมาถึงทางแยกบ้านแม่สลิด จะมีทางแยกขวาไปยังบ้านแม่ระเมิง จะผ่านอุทยานแห่งชาติแม่เมยสามารถติดต่อหาเช่ารถได้ที่แม่สอด จะมีสองแถวแม่สอด-ท่าสองยาง

หรือจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวก จากกรุงเทพฯ-ตาก ก่อนถึง จ.ตาก  จะแยกซ้ายไปตามทางหลวง 105 ไปแม่สอด เมื่อถึงแม่สอดจากนั้นก็ใช้ทางหลวงสาย 105 แม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง

เมื่อถึงบ้านแม่สลิดจะมีทางหลวงสาย 1267 ขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติแม่เมย-บ้านแม่ระเมิง

การติดต่อไปสถานที่ท่องเที่ยวม่อนปุยหมอก
อุทยานแห่งชาติแม่เมย โทร.055-576452-3 (ที่ทำการอุทยานฯ) และ 08-5732-2532 (หน่วยฯ ถ้ำแม่อุสุ) ถ้าโทร.เบอร์สำนักงานไม่ติด ก็ให้โทรเข้าเบอร์หน่วยถ้ำแม่อุสุ สามารถฝากข้อความถึงกันได้

ผาแดง สถานที่ท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์

สำหรับนักนิยมไพรที่เดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ต่างยกย่องเส้นทางหลวงหมายเข 12 ว่าเป็นถนนที่มีวิวทิวทัศน์ที่วิเศษที่สุด เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ให้แวะชมตลอดเส้นทาง เช่นเดียวกับจุดชมวิวผาแดง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ที่หลายคนไม่เคยพลาดชม เพราะนี่คือหน้าผาที่ถอดแบบมาจากผาหล่มสัก สวยงามไม่แพ้บนยอดภูกระดึงเลยทีเดียว

หากคุณเดินทางมาจากตัวเมืองเพชรบูรณ์แต่เช้า ขับตามทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอหล่มสัก ข้ามสะพานพ่อขุนผาเมืองมาไม่ไกลถึงผาแดงตอนสายๆ สามารถจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่นี่ได้ภายในวันเดียว เส้นทางเข้าไปจุดชมวิวผาแดงนั้นไม่ยากเกินไป รถขึ้นเกือบถึง จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีกเพียง 200 เมตร

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ ผาแดง

สมัยก่อนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาชมวิวบนผาแดง นิยมมาดูทิวทัศน์ของป่าเปลี่ยนสีในเขตเทือกเขาน้ำหนาว ลักษณะเด่นของผาแดงเป็นชะง่อนหินยื่นออกไปในอากาศ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 746 เมตร เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนหน้าผานี้จะมองเห็นทิวทัศน์ของผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดงได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นผืนป่ารอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มองเห็นทางหลวงหมายเลข 12 ตัดลัดเลาะผืนป่าเป็นแนวโค้งอย่างสวยงาม หากวันไหนโชคดีฟ้าเปิดจะมองเห็นได้ไกลถึงยอดเขาค้อเลยทีเดียว

นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามในช่วงกลางวันแล้ว ที่จุดชมวิวผาแดงยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงามอีกแห่งหนึ่งด้วย หากใครที่มาชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ผานี้ต้องนำไฟฉายติดตัวมาด้วย นอกจากนี้ใตเขตรักษาพันธุ์ฯ ยังเป็นแหล่งกล้วยไม้ป่าหลากสีสันให้คุณได้ชมความงามของธรรมชาติเป็นของแถม วันนี้คุณอาจพักแรมกางเต็นท์นอนที่นี่ ซึ่งมีลานกางเต็นท์ให้บริการอยู่บริเวณที่ทำการเขตนั่นเอง หรือจะขับรถไปเที่ยวต่อที่น้ำหนาวก็ได้

หากคุณเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวช่วงบ่ายที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ทางไปจังหวัดขอนแก่นจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้แวะชมก่อนค่ำ เริ่มต้นที่จุดชมทิวทัสน์ผาหงษ์ อยู่บริเวณ กม.ที่ 39 ถัดไปเป็นจุดชมวิวภูค้อ อยู่บริเวณ กม.ที่ 46 เลยไปอีกไม่ไกลคือป่าสนดงแปก อยู่บริเวณ กม.ที่ 49 แต่ต้องเดินเท้าเข้าไปชม ระยะทาง 5 กิโลเมตร

หากค่ำเสียก่อนก็เข้าที่ไปสถานที่พักที่อุทยานฯ น้ำหนาวก่อนแล้วจึงมาเที่ยวในวันรุ่งขึ้น หากเมื่อคืนคุณพักที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง สายๆ วันนี้เลือกเอาว่าจะขับรถไปเที่ยวไหนระหว่างเขาค้อ หรืออุทยานแห่งชาติน้ำหนาว หรือจะข้ามไปจังหวัดพิษณุโลก เที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าก็ได้

แต่หากคุณจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผ่านทางจังหวัดขอนแก่นให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งจะมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้ขับรถแวะเที่ยวหลายจุด ตั้งแต่จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ จุดชมวิวภูค้อ เที่ยวชมสวนสนดงแปก ไปชมสวนสนภูกุ่มข้าว ก่อนจะตรงเข้าขอนแก่นและขับรถกลับกรุงเทพฯ

ส่วนคุณๆ ที่พักที่น้ำหนาว สายๆ วันนี้มีโปรแกรมที่น่าสนใจให้เลือกเที่ยว หากเมื่อวานยังไม่ได้ไปเที่ยวสวนสนดงแปก วันนี้เตรียมน้ำและข้าวกล่องไปเดินป่าชมดงสนสองใบที่สวนสนดงแปก ปิกนิกกลางป่า กลับออกมาบ่ายนิดๆ ค่อยขับรถกลับเข้าขอนแก่น หากมีเวลาเหลือจะขับรถเข้าไปเที่ยวชมสวนสนภูกุ่มข้าวอีกสักนิดก็ได้ ซึ่งดงสนที่ภูกุ่มข้าวจะเป็นสนสามใบ แตกต่างจากสวนสนดงแปกซึ่งเป็นสนสองใบ

บ่ายแก่ๆ ไปนอนพักอีกคืนที่ตัวเมืองขอนแก่น หรือจะตีรถยาวกลับเข้ากรุงเทพฯ เลยก็ได้

ชมวิวผาแดง-เที่ยวต่อที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เนื่องจากผาแดงอยู่ในเส้นทางหลวงหมายเลข 12 จึงสามารถจัดโปรแกรมแวะเที่ยวน้ำหนาวได้ ซึ่งจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะชมรายทางหลายแห่ง โปรแกรมนี้เที่ยวสบายๆ แบบ 2 วัน 1 คืน เลือกนอนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง หรือมานอนที่น้ำหนาว ส่วนใครมีเวลามากกว่านั้นจะค้างที่น้ำหนาวสัก 2 คืน ก็ได้ อีกวันไปเที่ยวน้ำตกทรายทอง และน้ำตกเหวทรายแล้วค่อยเดินทางกลับ

ติดต่อขอข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวผาแดง
บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง มีบริการลานกางเต็นท์และห้องสุขา แต่เนื่องจากยังไม่มีร้านค้าและร้านอาหารให้บริการ เรื่องอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมมาเอง รวมถึงอุปกรณ์ในการกางเต็นท์พักแรมด้วย หรือคุณอาจมาเที่ยวชมวิวผาแดงแล้วขับรถไปค้างแรมที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า

- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ตู้ ปณ. 7 อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ 61170
นอกจานี้บริเวณใกล้ๆ กับจุดชมวิวผาแดง ยังมีที่พักสไตล์รีสอร์ทของเอกชนเปิดให้บริการคุณอย่างสะดวกสบาย โดยที่คุณไม่ต้องขับรถไปไกลถึงอุทยานฯ น้ำหนาว อีกทั้งยังสะดวกสบายไม่ต้องยุ่งยากในการเตรียมอุปกรณ์สำหรับการแค้มปิ้งด้วย
- บ้านไร่ทอฝัน โทรศัพท์ 08 1039 0350, 08 9194 9444

การเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวผาแดง
ผาแดงตั้งอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง ริมทางหลวงหมายเลข 12 จากอำเภอหล่มสัก ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) จนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 18.5 ขับข้ามสะพานพ่อขุนผาเมืองตรงไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ อีก 3 กิโลเมตร

ศรีเทพ สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

แม้ว่าเพชรบูรณ์จะมีภูเขาและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มาก แต่เมืองนี้ก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เริ่มตั้งแต่สมัยที่อารยธรรมทวารวดี จนมาถึงยุคขอมเรืองอำนาจ การไปท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าศรีเทพจึงเป็นการเดินทางท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และชมโบราณสถาน คุณสามารถใช้เวลาเที่ยวชมเพียงครึ่งวัน ทันพอที่ช่วงบ่ายจะขับรถไปเที่ยวต่อที่อำเภอบึงสามพัน หรือขึ้นเหนือไปเที่ยวเขาค้อได้

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งอาณาบริเวณของอุทยานฯ นี้ครอบคลุมกลุ่มโบราณสถานที่อยู่ในเขตเมืองเก่าศรีเทพ คือ เมือง "อภัยสาลี" ซึ่งได้ถูกค้นพบเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพไปตรวจราชการที่มณฑลเพชรบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2447-2448 และได้เรียกเมืองโลราณที่พบนี้ว่า "เมืองศรีเทพ" กรมศิลปากรได้จัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2527
สถานที่ท่องเที่ยว ศรีเทพ
เมืองโบราณศรีเทพ มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมืองขนาดใหญ่ ที่ตั้งของเมืองอยู่ในชุมทางที่สามารถเดินทางติดต่อกับภาคอื่นๆ ได้อย่างสะดวก จึงเป็นเหตุให้ได้รับอิทธิพลทางศิลปกรรมจากอาณาจักรข้างเคียง ซึ่งมีการนำมาผสมผสานอยู่เขตเมืองนี้อย่างหลากหลาย เช่น ศิลปะสมัยทวารวดี และศิลปะขอม เป็นต้น ในส่วนของเมืองศรีเทพนั้นคาดว่าได้สร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี ซึ่งสังเกตได้จากสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สันนิษฐานว่าอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-16

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพนั้นนอกจากเป็นโบราณสถานที่บ่งบอกรากเหง้าของคนเก่าแก่ในดินแดนแถบนี้แล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวเนื่องกับชาติกำเนิดได้อย่างดี จนได้รับรางวัล Thailand Tourism Award ประจำปี พ.ศ. 2543 การันตีการจัดการด้านท่องเที่ยวด้วย 2 รางวัลคือ รางวัลประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถานยอดเยี่ยม และรางวัลสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านอินเทอร์เน็ตดีเด่นอีกด้วย หากคุณจะมาเที่ยวชมที่นี่สามารถใช้เวลาเที่ยวชมได้ภายในครึ่งวัน โดยออกจากกรุงเทพฯ ตอนเช้า สายๆ มาถึงอำเภอศรีเทพ นั่งรถรางของอุทยานฯ เที่ยวชม หรือขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปชมเองก็ได้

โบราณสถานที่สำคัญในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

จุดเริ่มต้นที่คุณจะเที่ยวชมได้สนุก ควรไปติดต่อขอแผนที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อน ซึ่งในแผนที่จะแสดงผังเมือง รวมถึงบอกว่าโบราณสถานแต่ละแแห่งตั้งอยู่ตรงไหน จะให้ดีสละเวลาสักนิดเข้าชมประวัติความเป็นมาภายในส่วนจัดแสดงก่อนแล้วจึงขับรถเที่ยวชมตามแผนที่ ส่วนใครขี้เกียจเดินก็ใช้บริการรถนำเที่ยวที่ทางอุทยานฯ จัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ ซึ่งจะพาคุณแล่นชมโบราณสถานแต่ละแห่งอย่างสะดวกสบาย
สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
การเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของเมืองโบราณศรีเทพ และส่วนที่อยู่นอกเขตเมืองเก่า โดยในเขตของเมืองโบราณศรีเทพนั้นมีพื้นที่ประมาณ 4.7 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่ลักษณะคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสมัยทวารวดี นอกจากนี้ภายในเขตเมืองยังแบ่งพื้นที่ย่อยออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองใน และเมืองนอก

ในเขตเมืองในนั้นมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมขอบมนพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ เส้นผ่าศูนย์กลางเมืองประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีช่องประตูเมือง 6 ช่อง และมีโบราณสถานที่ได้รับการขุดแต่งเรียบร้อยแล้วกว่า 40 แห่ง หากคุณเข้าเที่ยวชมจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจุดแรกที่จะได้ชม คือ ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ อยู่ห่างจากประตูทางเข้าทางด้านขวามือ แม้ว่าศาลแห่งนี้จะไม่ใช่โบราณสถาน แต่เป็นสถานที่ที่ชาวศรีเทพให้ความเคารพ โดยจะมีการจัดงานบวงสรวงศาลเจ้าพ่อศรีเทพเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
จากนั้นจึงเข้าไปเที่ยวชมภายในเขตเมืองใน เริ่มต้นที่โบราณสถานเขาคลังใน ตั้งอยู่เกือบกลางผังเมืองรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติต่างๆ จึงเรียกว่า "เขาคลัง" การก่อสร้างอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก ที่ฐานมีรูปปูนปั้นคนและสัตว์ ศิลปะแบบทวารวดี

ปรางค์ศรีเทพ นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะเขมรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ฐานล่างแบบบัวลูกฟัก แบบนิยมของสถาปัตยกรรมเขมร องค์เรือนธาตุก่อด้วยอิฐ ในการขุดค้นได้พบชิ้นส่วนทับหลังรูปลายสลักอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างเพิ่มหลังจากโบราณสถานเขาคลังใน ต่อมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 มีการพยายามจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่แต่ไม่สำเร็จ

จากปรางค์ศรีเทพไปต่อที่ปรางค์สองพี่สอง ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเช่นเดียวกับปรางค์ศรีเทพ มีประตูทางเข้าทางเดียว จากการขุดบูรณะค้นพบทับหลังที่มีจำหลักเป็นรูปพระอิศวรอุ้มนางปารพตี ประทับนั่งอยู่เหนือโคอศุภราช ซึ่งลักษณะของทับหลังและเสาประดับกรอบประตูทำให้ทราบว่าปรางค์องค์นี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นศิลปะขอมแบบบาปวนต่อนครวัด และได้มีการสร้างปรางค์องค์เล็กเพิ่ม โดยพบร่องรอยการสร้างทับกำแพงแก้วที่ล้อมรอบ และมีอาคารประรำพิธีขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ ซึ่งเป็นลักษณะการวางผังเมืองของศาสนสถานศิลปะเขมรที่พบโดยทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยด้วย

เที่ยวครบในเขตเมืองในแล้ว ในเขตเมืองนอกของเมืองโบราณศรีเทพ ซึ่งมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบมนเชื่อมต่อจากเขตเมืองในทางด้านทิศตะวันออกมีพื้นที่ประมาณ 1,589 ไร่ มีช่องประตูเมืองเข้าออก 6 ช่องทาง แต่โบราณสถานส่วนใหญ่ในเขตเมืองนอกยังไม่ได้รับการขุดแต่ง และมีสระน้ำขนาดน้อยใหญ่กระจัดกระจายกันอยู่กว่า 30 แห่ง โดยมี "สระขวัญ" เป็นสระน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีการนำน้ำจากสระไปทำน้ำพิพัฒน์สัตยาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

หากคุณมีเวลาน้อย แล้วต้องรีบไปเที่ยวต่อที่เขาค้อ หลังเที่ยวจบในเขตเมืองโบราณศรีเทพแล้ว จะเดินทางกลับเลยก็ได้ แต่สำหรับใครที่ยังเที่ยวต่อ มีโบราณสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งนอกเขตเมืองโบราณศรีเทพรออยู่

โบราณสถานเขาคลังนอก อยู่ห่างจากเมืองโบราณศรีเทพไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร มีลักษณะคล้ายกันกับเขาคลังใน ใกล้เคียงยังมีกลุ่มโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขุดแต่งอีกกว่า 40 แห่ง ห่างจากเขาคลังนอกไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร คือ โบราณสถานปรางค์ฤาษี ลักษณะเป็นปราสาทขอมสร้างด้วยอิฐ ตั้งอยู่บริเวณวัดป่าสระแก้ว จากการสำรวจเมืองปี พ.ศ. 2477 คาดว่าน่าจะเป็นปรางค์แบบลพบุรีรุ่นแรก แบบเดียวกับปรางค์แขกในจังหวัดลพบุรี มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16

โบราณสถานนอกเขตเมืองโบราณศรีเทพห่างออกไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 15 กิโลเมตร คือ ถ้ำถมอรัตน์ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ดัดแปลงมาจากถ้ำธรรมชาติบนยอดเขาถมอรัตน์ ที่ผนังถ้ำมีประติมากรรมรูปเคารพในพระพุทธศาสนา ทั้งแบบเถรวาทและมหายาน ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปยืนศิลปะสมัยทวารวดี และมีบางส่วนที่เป็นศิลปะเขมรแบบกำแพงพระ

จบการเดินทางท่องเที่ยวรอบใหญ่ได้เที่ยวชมทั้งเขตเมืองโบราณศรีเทพ และนอกเขตเมือง กลับออกมาบ่ายๆ หน่อย จะขับรถกลับกรุงเทพฯ เลยก็ได้ แต่หากยังไม่รีบร้อย จะแวะไปเที่ยวในเขตอำเภอบึงสามพันสักหน่อยก็ได้

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. อัตราค่าเข้าชมคนไทย 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ 30 บาท คุณสามารถนำรถยนต์เข้าไปชมภายในบริเวณอุทยานฯ ได้โดยเสียค่าธรรมเนียมรถคันละ 50 บาท หากเดินทางเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อวิทยากรบรรยายได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ โทรศัพท์ 0 5692 1322

เดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยว ศรีเทพอย่างไร?
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 130 กิโลเมตร แต่การเดินทางจากกรุงเทพฯ จะมีระยะทางที่ใกล้กว่าโดยใข้ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) เมื่อเลยอำเภอลำนารายณ์ไปตรงเข้าสู่อำเภอศรีเทพ จนถึงกิโลเมตรที่ 102 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2211 ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อยู่ด้านขวามือ

6 สถานที่ท่องเที่ยวเพรชบูรณ์ ตอน อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

ความเดิมตอนที่แล้วได้กล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวเพรชบูรณ์ไปหนึ่งแห่งคือ ภูทับเบิก วันนี้เราจะมาดื่มด่ำบรรยากาศเย็น ๆ ชุ่มฉ่ำจากน้ำตกถึงสองแห่งท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรใน อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

ในเขตอำเภอเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นป่าใหญ่แห่งหนึ่งตั้งอยู่ เป็นป่าที่มีน้ำตกสูงที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเหนือการท่องเที่ยวที่นี่เหมาะกับสำหรับท่านที่มีเวลาท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน แต่ใครมีเวลาน้อยก็สามารถไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

การเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติตาดหมอกนั้นเหมาะสำหรับคนนิยมไพรและชอบบรรยากาศที่ออกแนวแค้มปิ้ง เนื่องจากในอุทยานฯ ยังไม่สะดวกเรื่องอาหารการกินมากนัก แต่ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์เชื่อมต่อมาจากเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ทำให้ที่นี่มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปตลอดหน้าหนาว คือ ช่วงเวลาที่เหมาะมาเที่ยวชมน้ำตกตาดหมอก ซึ่งหากคุณออกจากกรุงเทพฯ เช้า แวะเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแล้วบ่ายขับรถมาเที่ยวที่นี่ได้สะดวก

หากคุณได้ไปเที่ยวเขาค้อมาแล้ว 1 คืน ยิ่งสะดวกมากขึ้นเพราะระยะทางไม่ไกลที่จะขับรถมาเที่ยวอุทยานฯ นี้ ลงจากเขาค้อสายๆ มาถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์แวะกินมื้อเที่ยง ทันที่ช่วงบายจะขับรถไปถึงอุทยานฯ และเดินป่าไปชมน้ำตกตาดหมอกได้ก่อนค่ำ

จากสถานที่ทำการอุทยานแห่งชาติตาดหมอก และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตามทางลาดยางขึ้นไปบนเขาประมาณ 7 กิโลเมตร จะถึงลานจอดรถ จากนั้นเป็นเส้นทางเดินเท้าลัดเลาะไปตามลำห้วยอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงหน้าผาสูงซึ่งมองเห็นวิวน้ำตกตาดหมอกได้ในระยะไกล

น้ำตกตาดหมอก นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เด่นที่สุดของอุทยานฯ นี้ ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาตาดหมอก เป็นน้ำตกสูงเด่นที่มีสายน้ำไหลผ่านหน้าผาสูงชันกว่า 700 เมตร สูงชนิดที่คุณเข้าไปยืนใต้น้ำตกต้องแหงนคอตั้งบ่าจึงจะเห็นยอดเขาที่น้ำไหลตกลงมา ชาวเพชรบูรณ์ขนานนามกันว่าเป็นน้ำตกเสมือนไหลมาจากฟ้า หรือไหลลงมาจากหมอกที่อยู่บนฟ้า ในช่วงฤดูฝนน้ำหลาก เมื่อน้ำตกกระทบผาหินจะเกิดละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เหมือนเดินมาชมน้ำตกนี้ท่ามกลางสายหมอก

จุดชมวิวน้ำตกที่อยู่ใต้หน้าผานี้จะมีน้ำตกอีกสายหนึ่งไหลมาสมทบอยู่ด้านซ้ายมือ นี่คือน้ำตกสองนาง ซึ่งไหลแยกจากลำธารอีกสายหนึ่ง ก่อนจะไหลมารวมกันที่ลำห้วยบง ผ่านป่าเขาเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบูรณ์ต่อไป เส้นทางเดินป่าสายนี้จึงมีน้ำตกสวยถึง 2 แห่งให้ชมในที่เดียวกัน

เดินกลับออกจากน้ำตกบ่ายแก่ๆ มีเวลาพอที่จะหุงหาอาหารรอไว้ก่อน ใครที่พักในบ้านพักก็เตรียมเฉพาะมื้อเย็นได้สะดวกหน่อย ส่วนใครที่พักเต็นท์ มีลานกางเต็นท์บริเวณที่ทำการอุทยานฯ หรือจะมากางเต็นท์บนเนินเขาด้านตรงข้ามกับที่ทำการอุทยานฯ ก็ได้

จุดนี้นอกจากเป็นลานกางเต็นท์ท้าลมหนาวได้เยี่ยมแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก และชมแสงไฟในเมืองมะขามหวานระยิบระยับ เหมือนหมู่ดาวบนดินได้อย่างสวยงามอีกด้วย

เช้าวันนี้หากโชคดียังได้เห็นวิวทะเลหมอกที่ลานกางเต็นท์บนเนินเขานี้ด้วย หลังจากมื้อเช้าแบบง่ายๆ แล้ว ได้เวลาเดินทางกลับโดยแวะชมทิวทัศน์ที่จุดชมวิว กม.3 ระหว่างทางที่ขึ้นไปอุทยานฯ สักหน่อย ชมวิวตัวเมืองเพชรบูรณ์แล้ว หากไม่รีบร้อนจะไปเที่ยวเล่นน้ำที่น้ำตกธารเอราวัณก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเฉลียงลับมากนัก

หากคุณเลือกเส้นทางกลับกรุงเทพฯ ทางอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ออกจากอุทยานฯ มาทันกินไก่ย่างวิเชียรบุรีตอนเที่ยง จากนั้นช่วงบ่ายไปเที่ยวชมทุ่งทานตะวันที่อำเภอบึงสามพัน (ดอกบานในฤดูหนาว) หรือจะไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นรายการปิดท้ายก่อนเข้ากรุงเทพฯ ก็ได้

ส่วนใครที่จะไปเที่ยวน้ำหนาวต่ออีกคืน กลับเข้าไปกินมื้อเที่ยงในตัวเมืองเพชรบูรณ์ บ่ายรีบขับรถไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้เลย


สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวในเพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก
น้ำตกสองนาง เป็นน้ำตกสวยอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ซึ่งไหลมาจากลำธารอีกสายหนึ่งก่อนจะไหลตกลงหน้าผาสุดท้ายมารวมกันกับสายน้ำจากนน้ำตกตาดหมอกกลายเป็นลำห้วยบง น้ำตกนี้มีทั้งหมด 12 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงตั้งแต่ 5 เมตรถึง 100 เมตร ซึ่งไหลลดหลั่นกันลงมาตามหน้าผาที่สูงชัน เส้นางเดินชมน้ำตกนี้ต้องอาศัยให้เจ้าหน้าที่นำทาง และเป็นทางชันที่เดินลำบากต้องไต่ปีนหน้าผาขึ้นไปข้างๆ น้ำตกแต่ละชั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนิยมมาชมวิวน้ำตกสองนางเฉพาะชั้นล่างสุด ซึ่งอยู่ติดกับน้ำตกตาดหมอกเท่านั้น

พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ทีไรก็ยังนึกถึงเสียงน้ำตกไหลเย็น นกร้องบรรยกาศสดชื่นอยู่ในจินตนาการทุกครั้ง ลองหลบความวุ่นวายในเมืองกรุงไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันนะครับ

6 สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเพชรบูรณ์ : ภูทับเบิก

ตามที่ได้เกริ่นไว้ในบทความ ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ เมื่องอันอุดมสมบูรณ์ ว่าเมืองเพรชบูรณ์นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามไปท่องเที่ยวแล้วสุขหัวใจอยู่หลายสถานที่ วันนี้เรามาเริ่มต้นที่ ภูทับเบิก ยอดเขาที่นับเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์

สถานที่ท่องเที่ยว ภูทับเบิก



นักขับรถเที่ยวหลายคนรู้ดีว่าทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีที่เที่ยวเด่นให้แวะชมตลอดทาง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเขาค้อ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่นที่รู้จักกันดีของถนนสายนี้ และอีกหลายคนก็ยังรู้กันดีว่าต่อจากการไปเที่ยวชมอุทยานภูหินร่องกล้าและเขาค้อ คุณยังมีทริปเที่ยวต่อเนื่องอีกแห่งที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นคือ ภูทับเบิก ยอดเขาที่นับเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ให้คุณไปชมชาวม้งปลูกกะหล่ำปลีเล่นระดับ กางเต็นท์นอนดูดาว และชมทะเลหมอกแสนสวยในยามเช้า

หากคุณเดินทางมาจากเขาค้อผ่านทางหลวงหมายเลข 12 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2372 จากนั้นตรงไปไม่ไกลเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าทางหลวงหมายเลข 2331 จะเป็นเส้นทางสู่ภูทับเบิก ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นเขาสูงชัน มีทางโค้งร้อยกว่าโค้ง แต่ในขณะเดียวกันไฮไลท์ของการเที่ยวชมภูทับเบิกของใครหลายคนนั้นก็ได้เริ่มต้นจากวิวอันสวยงามของสองข้างถนนนี้แล้ว

ภูทับเบิก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ในเขตตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่าประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 97 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่เขตภูทับเบิกตลอดสองข้างทางคุณจะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงาม โดยเฉพาะไร่กะหล่ำปลีของชาวม้งที่ปลูกให้เห็นกันเป็นจำนวนมาก หากมาบางช่วงแล้วไม่พบนั้นก็อาจจะเป็นช่วงที่เหล่าชาวม้งนั้นได้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆ แทนตามฤดูกาล ส่วนใครที่เตรียมเครื่องมือทำครัว และกับข้าวมาทำรับประทานกันเอง จะจอดรถลงไปขอซื้อกะหล่ำปลีสักหัวสองหัวจากม้งก็ได้ รับรองในเรื่องความสด และราคาย่อมเยาก่าในซุปเปอร์มาเก็ตบ้านเราเยอะ นอกจานี้หากคุณมาเที่ยวชมในช่วงปลายปีบริเวณสองข้างทางในบริเวณภูทับเบิกยังมีความงดงามของต้นซากุระหรือพญาเสือโคร่งให้ชมด้วย
สถานที่ท่องเที่ยว ภูทับเบิก กางเต็นท์นอน
และไม่ว่าคุณจะเดินทางมาจากเขาค้อหรืออุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ก็น่าจะเดินทางมาถึงบริเวณภูทับเบิกประมาณช่วงเที่ยงวัน หลังจากรับประทานอาหารกลางวันที่หาได้ตามร้านอาหารทั่วไปแล้ว จะเลือกไปเที่ยวหมู่บ้านทับเบิกก่อนก็ได้ ห่างจากยอดภูทับเบิกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของชาวเผ่าม้งที่อพยพมาอาศัยอยู่บริเดวณบ้านทับเบิกมาช้านาน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวม้งจังหวัดเพชรบูรณ์ประกอบอาชีพเกษตรกรรมขั้นบันไดตามเชิงเขา หรือที่เราเห็นกันระหว่างทางนั้นล่ะ

หลังจากท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวม้งกันแล้ว ก้ได้เวลาหาสถานที่พัก ซึ่งมีให้คุณเลือก 2 จุด ได้แก่ บนยอดภูทับเบิก และบริเวณสาธารณะสุขทับเบิก ภายในหมู่บ้านม้งทับเบิกแห่งนี้ โดยมีให้เลือกทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ ห้องประชมสัมมนา ร้านอาหาร ส่วนใครอยากนอนดูดาวบนดินก็ต้องขึ้นไปนอนบนภูทับเบิก มีถนนอย่างดีให้ถึงลานจอดรถ จากนั้นเดินเท้าเพียง 200 เมตร ก็จะถึงจุดกางเต้นท์ หากใครไม่ได้นำเต็นท์มาชาวม้งเขารวมกกลุ่มกันให้เช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน สำหรับอาหาร น้ำดื่ม เตรียมไปเองจะดีที่สุด เพราะอาหารตามสั่งจะมีเพียงบางช่วงเท่านั้น ส่วนห้องน้ำมีให้บริการ

จากนั้นหลังจับจองกางเต็นท์กันเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินไปชมวิวอันสวยงามของภูทับเบิกกัน ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีความสูง 1,768 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนชื่อภูทับเบิกก็มาจากที่ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านม้งทับเบิกนั่นเอง และหากคุณเลือกค้างแรมบนภูทับเบิก ช่วงค่ำจะได้ชมดาวบนดิน หรือแสงไฟฟ้าจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มเก่าที่อยู่เบื้องล่าง สมกับสโลแกนของภูทับเบิกที่ว่า "นอนทับเบิกสัมผัสลมหนาว ดูดาวบนดิน จริงๆ

สถานที่ท่องเที่ยวของภูทับเบิกไม่ได้มีเพียงทิวทัศน์สวยๆ ในช่วงกลางวัน และกลางคืนเท่านั้น ยามเช้าบนยอดภูทับเบิกก็งดงามเช่นกัน หากนอนบนภูตื่นประมาณตีห้ากว่าๆ ก็ยังทันดูทะเลหมอกพาดผ่านคลื่นทะเลภูเขา จากนั้นหลังฟ้าเปิดยิ่งมองเห็นวิวได้ไกลตั้งแต่หมู่บ้านม้งทับเบิก ไปจนถึงขุนขาทางฝั่งอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเพรชบูรณ์

จากนั้นหลังมื้อเช้าหากคุณมีเวลาเพียงเท่านี้ก็ได้เวลาเก็บเต็นท์ เก็บข้าวของให้เรียบร้อยเตรียมลงจากภูทับเบิก หากเมื่อวานยังไม่ได้เที่ยวชมหมู่บ้านชาวม้งทับเบิก วันนี้ค่อยแวะไปเที่ยวก็ได้ หรือหากยังมีวันเที่ยวเหลือ อยากเที่ยวชมธรรมชาติใกล้กับภูทับเบิก ก็สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 2331 ไปทางอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ากันต่อ


แต่ก่อนจะจากภูทับเบิก อย่าลืมถ่ายรูปคู่ป้ายภูทับเบิกมาด้วย จะได้เอาไปอวดกับเพื่อนได้ว่า ฉันได้มาถึงจุดสูงสุดของเพชรบูรณ์แล้ว
- เช่าเต็นท์ภูทับเบิก โทรศัพท์ 0 5674 7532, 0 5694 7441 (อบต.วังบาล)
- บ้านพักสถานีอนามัยภูทับเบิก โทรศัพท์ 08 4895 1826, 08 6160 7564

นี่ก็ใกล้ฤดูหนาวแล้วใครที่ไปเที่ยว ภูทับเบิก ก็ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ นอกจากนี้แล้วเพรชบูรณ์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไปแล้วมีความสุขอีกหลายแห่งติดตามอ่านในตอนหน้าครับผม สวัสดีครับ

ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์ เมื่องอันอุดมสมบูรณ์

ด้วยลักษณะภูมิประเทศอันอุดมสมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ อากาศ ทำให้เพรชบูรณ์ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชผักและผลไม้มาช้านานในอดีตจึงเรียกเมืองเพรชบูรณ์ว่า เมืองบุระ หรือพืชบุระ อันมีความหมายว่าเป็นเมืองแห่งพืชพรรณธัญญาหาร ปัจจุบันเพรชบูรณ์ก็ยังคงเป็นจังหวัดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และมาเยือนเมื่อไหรก็อิ่มเอมทั้งกายและหัวใจตลอดทางทุกครั้งจริง ๆ ครับ

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเพชรบูรณ์

เพรชบูรณ์ ตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย หรือภาคกลางตอนบน มีพื้นที่ประมาณ 12,668.416 ตารางกิโลเมตรสูงประมาณ 115 เมตรจากระดับน้ำทะเล นับเป็นจังหวัดที่มีลักษณะภูมิศาสตร์คล้ายกับจังหวัดพิษณุโลก เพราะโอบล้อมไปด้วยจังหวัดอื่น ๆ ทุกทิศ หากมองดูแผนที่ (ด้านขวามือของบล็อกนี้) จะพบว่าหากเดินทางออกจากเพรชบูรณ์แล้วจะพบว่าคุณได้เข้าสู่ภาคอื่น ๆ ของประเทศทันที

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดเลย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดลพบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดพิจิตร

และด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีเพื่อนบ้านเยอะติดกับหลายจังหวัด ทำให้การท่องเที่ยวเพชรบูรณ์นั้นสะดวกสบาย เดินทางมาท่องเที่ยวได้หลายเส้นทาง โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 21 พิษณุโลก-หล่มสัก-เขาค้อ และทางหลวงหมายเลข 12 สระบุรี-เพชรบูรณ์ นั้นนับเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม มีทั้งเที่ยวที่เที่ยวทางธรรมชาติ และที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้ชมกันมากมาย โดยเฉพาะเขาค้อที่ครบครันทั้ง สถานที่ท่องเที่ยว ทิวทัศน์ อากาศเย็นสบายของกินและรีสอร์ทที่พัก

ส่วนคนที่ชอบภูเขา สัมผัสลมหนาว ทางตอนเหนือของเพรชบูรณ์มีเทือกเขาติดกับเทือกเขาในเขตพิษณุโลกและจังหวัดเลย ประกอบกับมีร่องอากาศเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเคลื่อนมาในบริเวณเทือกเขาอำเภอน้ำหนาว อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเขาค้อ ทำให้บริเวณทางตอนเหนือของจังหวัดมีอากาสเย็นตลอดปี นอกจากสภาพดินและอากาศจะเหมาะสำหรับชาวม้งปลูกกะหล่ำปลีขายแล้ว ยังทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนหนีร้อนไปพึ่งเย็นกันที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ภูทับเบิก และเขาค้อกันเป็นจำนวนมากด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ น้ำตก
นอกจากนี้บริเวณเขาค้อยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสายไม่ว่าจะเป็น สะเดาพง ลำห้วยเสลียง ลำน้ำค้อแห้ง ลำน้ำเข็ก สายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์-พิษณุโลก บริเวณทางหลวงหมายเลข 12 จนเกิดเป็นกิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำเข็กสุดสนุกเมื่อยามฤดูฝนมาเยือนทุกปี และยังเป็นต้นน้ำของน้ำตกสวยชื่อดังหลายแห่งในจังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลกด้วย




ไว้บทความหน้าผมจะมาเล่าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามน่าสนใจในจังหวัดเพชรบูรณ์อย่าง เขาค้อ ภูทับเบิก น้ำตกตาดหมอก ผาแดง อุทธยานแห่งชาติน้ำหนาว และอุทธยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อย่าลิมติดตามอ่านครับ

ลุ่มน้ำปากพนัง สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยามชีวิตพอเพียง

ผืนแผ่นน้ำอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา อีกสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดชมวิวของนครศรีธรรมราชอันได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ยังส่งผลสู่เศรษฐกิจพอเพียงแก่เหล่าประชาราษฎร์ทั่วหล้า

สถานที่ท่องเที่ยว ลุ่มน้ำปากพนัง
พื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ด้วยความสุขนี้ทำให้เป็นทั้งแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพงดงามและเป็นแหล่งอุปโภคบริโภคของชุมชนพื้นเมืองอย่างบูรณาการ ด้วยการใช้ทุกตารางนิ้วอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดรายล้อมรอบลุ่มน้ำมีชุมชนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางอำนวยความสะดวกสู่อาชีพและรายได้มหาศาล ทั้งการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัชพืชและวัสดุเหลือใช้ ทางเกษตรกรผลผลิตข้าว ข้าวซ้อมมือ ตาลจาก และการสร้างรายได้อาชีพหลากหลายผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาเป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยว พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

เหนือลุ่มน้ำปากพนังมีประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิภาพเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งตะหง่านทำหน้าที่เก็บกักน้ำจืดเพื่อทำการเกษตรแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม ใช้เป็นแหล่งอุปโภค บริโภค และช่วยบรรเทาอุทกภัยชุบชีวิตแก่ชาวประมงและราษฎรหลังจากเผชิญปัญหาน้ำ 3 รสมากกว่าหลาย 10 ปี ทุกวันจะมีเรือลำน้อยลำเลียงสัตว์น้ำมาจากชาวประมงแล่นผ่านกลางสายน้ำ แสดงภาพจำลองชีวิตที่พอเพียงให้ได้เห็นอย่างชินตา

ท่องเที่ยวที่สถาน พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
วิถีชีวิตชาวนครศรีธรรมราชที่ยึดปรัชญาแหล่งเศรษฐกิจพอเพียงในการหาเลี้ยงชีพผสมผสานกับผืนน้ำใส บรรยากาศสงบทำให้โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยามถึงความพอเพียงด้วยสุนทรียที่งดงามยิ่งของท้องถิ่น









สนใจเที่ยวชมศูนย์พัฒนาประมงในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง สามารถโทรติดต่อสอบถามได้ที่ 0-7544-3250 หรือ 0-7544-3178

พระเจดีย์มหาธาตุเก้าชั้น Nine-Story Stupa

สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวที่สถาน ที่ท่องเที่ยวสถาน
สถานที่ท่องเที่ยวเจดีย์ใหญ่ทรงเก้าชั้น หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "พระมหาธาตุแก่นนคร" ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วิจิตรตระการตาด้วยรูปทรงและสีสันอร่ามเหลือง ทำให้พระมหาธาตุเจดีย์เก้าชั้นแห่ง "วัดหนองแวง" กลายเป็นหนึ่งในจุดสนใจที่ดึงดูดชาวขอนแก่นและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง บ่อยครั้งที่มีผู้มีจิตศรัทธานำดอกไม้ธูปหอมแวะเวียนเข้ามาสักการะบูชาพระประธานตลอดจนเก็บภาพสวยเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจกลางเมืองอันงดงามที่สุดในจังหวัดขอนแก่น


สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวที่สถาน ที่ท่องเที่ยวสถานพระเจดีย์หมาธาตุเก้าชั้นได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นเพื่อเป็นที่บรรจุพระสารีริกธาตุในโอกาสที่จังหวัดขอนแก่นมีอายุครบ 200 ปี ตรงกับปีพ.ศ.2540 ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้าของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 และความร่วมมือร่วมใจของชาวท้องถิ่น แดสงให้เห็นว่าชาวขอนแก่นยังคงยึดมั่นในหลักแห่งพระพุทธศาสนาอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างเหนียวแน่น


ผู้ศรัทธาสามารถเดินขึ้นบันไดได้ถึง 9 ชั้น เพื่อสักการะและศึกษาธรรม เพราะบริเวณชั้นล่างของพระมหาธาตุเป็นพื้นที่ประดิษฐานพระประธานและพระบุษบกพระบรมสารีริกธาตุ มีจิตกรรมฝาผนังทั้งสี่ด้านบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดชั้น 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาส ชั้นที่ ๘ เป็นหอรวบรวมพระคัมภีร์ทางพระพุทธศานา หากสถานที่ท่องเที่ยวชอบบรรยากาศสบายตาที่ระเบียงชั้น 9 มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพในมุมกว้างของจังหวัดขอนแ่ก่นอีกด้วย

เกาะยาวน้อย สวรรค์ของนักเดินทาง

ครั้งหนึ่งในอดีต สถานที่ท่องเที่ยวอย่างจังหวัดพังงาได้ชื่อว่าเป็นเมืองกันดาร ถนนหนทางไม่สะดวกสบาย มีแต่ภูเขาสูงใหญ่และป่าไม้รกครึ้ม บางพื้นที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรของอุตสาหกรรมเหมือนแร่ที่ดูแห้งแล้ง ขาดไร้ชีวิตชีวา อีกทั้งสายฝนยังตกโปรยปรายเกือบตลอดทั้งปีด้วย
สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวที่สถาน แหล่งท่องเที่ยว


แต่พังงาในวันนี้ เปรียบดังเพชรที่ได้รับการค้นพบและเจียระไนแล้ว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอุดมด้วยแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันสวยสดงดงาม และมีความหลากหลาย ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขา อ่าว ทะเล ถ้ำ ป่าชายเลน และน้ำตก บวกรวมกับวิถีชีวิตชุมชนที่ยังคงเอกลักษณ์เมืองเก่า ทำให้พังงากลายเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของนักเดินทาง

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเงียบสงบ คือ เกาะยาวน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอยาวน้อย ในอ่าวพังงาลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาทอดยาวตลอดแนวเหนือใต้ บริเวณรอบเกาะมีพื้นที่ราบชายฝั่ง สามารถเดินทางโดยเรือได้หลายจังหวัด ทั้งจากพังงา กระบี่ และภูเก็ต


มนต์เสน่ห์ลึกล้ำของเกาะยาวน้อยที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว คือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และวิถีชีวิตชาวบ้านที่ยังคงอยู่อย่างแท้จริง ทั้งการกรีดยาง การทำประมง และความเป็นอยู่ที่มีความเรียบง่าย ส่วนหาดทรายขาวก็มีความงดงาม ตัดกับทะเลสีฟ้าเขียวสดใส นอกจากนี้ยังมีหาดหินทางด้านตะวันออกของเกาะ ที่สามารถนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นทอแสงสวยงามจับใจได้ด้วย
สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวที่สถาน แหล่งท่องเที่ยว

เกาะยาวน้อยมีหาดสำคัญให้เลือกพักผ่อนหลายจุด อย่างหาดท่าเขาเป็นหายทรายมีโขดหินและกรวดขนาดเล็ก หลากสีสันหลายลวดลาย ห่างจากฝั่งหาดท่าเขาออกไปไม่ไกลเป็นเกาะนก สามารถเดินไปถึงได้ยามน้ำลงสุด หรือจะเช่าเรือแคนูพายไปเมื่อน้ำขึ้นก็ได้ ใกล้กับหาดท่าเขา คือหาดป่าทราย มีความสวยงามโดดเด่นที่หาดทรายขาวละเอียด เหมาะกับการเล่นน้ำ

สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวที่สถาน แหล่งท่องเที่ยว

ผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ลองแวะไปทางตอนเหนือของเกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวเคียน อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีต้นไม้ใหญ่หลายคนโอบและสูงท่วมหัวมากมาย โดยเฉพาะต้นตะเคียนที่ดูเคร่งขรึมลึกลับ หาดทรายที่ขาวสะอาด ลงเล่นน้ำได้เช่นกัน

บนเกาะยาวน้อยยังมีถ้ำให้เที่ยวชมอีก 2 แห่ง คือ ถ้ำชาวเลร้องไห้ และถ้ำเทศ ถ้ำชาวเลร้องไห้เดิมเป็นที่เก็บกระดูกของชาวเล แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยสะดุดตา ส่วนถ้ำเทศมีหินรูปทรงประหลาดให้ชม ซึ้งถ้ำทั้งสองแห่งอยู่ริมชายฝั่ง ต้องรอให้น้ำลงสุดถึงจะเข้าเที่ยวชมได้

สำหรับสถานที่พักบนเกาะยาวน้อยมีให้เลือกหลากหลายระดับตามต้องการ ส่วนอาหารการกินแน่นอนว่าต้องขึ้นชื่อเรื่องอาหารสดใหม่จากท้องทะเล โดยเฉพาะหอยชักตีนที่ไม่ควรพลาดลิ้มลองความกรุบกรอบ หอม หวาน มีเฉพาะในจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต และพังงาแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวที่สถาน แหล่งท่องเที่ยว

ถึงแม้สภาพอากาศของจังหวัดพังงาจะตรงกับคำกล่าวว่า "ฝน 8 แดด 4" แต่ในช่วงที่มีแสงแดดมากที่สุด 4 เดือนดังกล่าว คือระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคมนั้น ถือเป็นสวรรค์บนดินสำหรับนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว

9 สถานที่ท่องเที่ยว ในเมืองสามหมอก ตอนจบ

ได้เวลามาเล่าถึง สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองสามหมอกต่อกันอีก 6 แห่งหลังจากตอนแรกได้เล่าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจไปแล้วถึง 3 แห่ง

สถานที่ท่องเที่ยว ที่ท่องเที่ยวสถาน ที่สถานท่องเที่ยว

แห่งที่สี่เราก็มาที่อำเภอปาย ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตงจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดเด่นที่น่าสนใจคือจุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) ตั้งอยู่ตำบลกึ้ดช้าง อำเภอแม่แตง เป็นที่ตั้งของหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก นักท่องเที่ยวจะได้ชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมาก


อีกจุดหนึ่งคือจุดชมวิวดอยช้าง อยู่ทางเหนือของห้วยน้ำดัง เป็นจุดที่สามารถมองเห็นสภาพธรรมชาติของทิวเขาอันสลับซับซ้อน และทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ ที่นี่จะมีน้ำตกห้วยน้ำดัง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำดังมีโขดหินมากมาย น้ำตกสูงประมาณ 50 เมตร กว้าง 10 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก

สถานที่ท่องเที่ยว ที่ท่องเที่ยวสถาน ที่สถานท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยว ที่ท่องเที่ยวสถาน ที่สถานท่องเที่ยว
ส่วนอำเภอขุนยวมคือศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอขุนยวม ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดม่วยต่ิ ตามทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 200 เป็นศูนย์รวมศิลปหัตถกรรมของชาวไทยใหญ่ และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ  ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ของทหารญี่ปุ่นที่เดินทัพเข้ามาในพื้นที่อำเภอขุนยวม สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.30 - 16.30 น.

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองสามหมอกแห่งที่เจ็ดคืออุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เป็นน้ำตกสวยงามมาก เป็นน้ำตกชั้นเดียว ไหลจากหน้าผาสู่หุบเขาด้านล่างสูงประมาณ 100 เมตร ยอดดอยปุยอยู่ในเขตห้วยฮี้ ตำบลห้วยปูลิง เป็นยอดเขาสูงมากถึง 1750 เมตร มีลักษณะเป็นลานกว้างลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้น ๆ สวยและน่าทึ่งมาก


สถานที่ท่องเที่ยว ที่ท่องเที่ยวสถาน ที่สถานท่องเที่ยว

ที่โดดเด่นเป็นพิเศษในเมืองสามหมอกก็คือทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม ตามเส้นทางหมายเลข 108 (แม่ฮ่องสอน-ขุนยวม) ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 1263 เข้าสู่ทุ่งบัวตองอีก 26 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ลาดยางมีเขาครอบคลุมกว้างประมาณ 1000 ไร่ อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการพัฒนาป่าไม้ที่สูง หน่วยที่ 5 กองอนุรักษณ์ต้นน้ำ ดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อม ๆ กันในช่วงเดือนพฟศจิกายน-ธันวาคม จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขา มีความสวยงามอย่างมาก


และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายที่ผมจะแนะนำก็คือ น้ำตกแม่อูคอ เป็นน้ำตกที่ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2530 ตั้งอยู่บริเวณดอยแม่อูคอ ก่อนถึงทุ่งบัวตองเล็กน้อยมีทางแยกเข้าสู่น้ำตกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 30 เมตร ตกจากร่องหินขนาดใหญ่ ตอนกลางของสายน้ามีร่องหินกว้าง สามารถเดินเข้าไปชมน้ำตกได้

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 9 แห่งที่ได้แนะนำมาแล้วในเมืองสามหมอกยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าสนใจอีกมากมาย หากคุณได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงด้วยตนเองจะพบว่าที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้กล่าวเกินความจริงเลย ยังเล่าได้ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของสถานที่จริงเลยด้วยซ้ำ

การเดินทาง

จากกรุงเทพมีรถประจำทางปรับอากาศของเอกชน จากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร ทุกวันวันละ 1 เที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัทเมืองเหนือยานยนต์ 02-9636-3587-8

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More